fbpx

   ถ้าพูดถึงความขี้เกียจ หรือความ Lazy ของตัวเองแล้ว คุณผู้อ่านคงจะเห็นภาพช่วงเวลาพักผ่อนสบายๆ ในบ้านของตัวเอง นอนดูหนังเรื่องโปรดกับครอบครัว ในห้องแอร์เย็นๆพร้อมผ้าห่มอุ่นๆ มีขนมขบเคี้ยวที่เราชอบซักเล็กน้อย ….พอลองนึกภาพตามแล้วก็ฟินส์เลยใช่มั้ยล่ะครับ

   แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่เวลาพักผ่อนล่ะครับ สมมุติว่าเป็นวันและเวลาทำงานปกติที่ต้องมีการแข่งขันในแต่ละวัน หากคนรอบข้างเรา หัวหน้า ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานเรา มีความรู้สึกที่ Lazy ม้ากกก มาก หรือ ขี้เกียจสุดๆแล้วล่ะก็ คงจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีกับเราเลยจริงไหมครับ

พูดง่ายๆว่าความขี้เกียจนั้นพูดกับใครก็ต้องร้องยี้ ไม่ดีเลย แย่จัง

   แต่ใครจะรู้ล่ะครับ ว่าเพราะความขี้เกียจนี่แหละ ที่ทำให้เกิดกระแสของธุรกิจสินค้าและบริการใหม่ๆในปัจจุบันที่เรียกว่า “Lazy Economy” หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับความขี้เกียจนั่นเอง

“Lazy Economy” หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับความขี้เกียจนั้นก็คือเศรษฐกิจใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนี้ที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ “Lazy Consumer” ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผู้บริโภคกลุ่ม Lazy Consumer นั้นยินดีที่จะจ่ายเงินให้กับสินค้าหรือบริการต่างๆที่สามารถเพิ่มความสะดวกหรือความสบายให้กับเขาได้ โดยมีแนวคิดที่ว่า “เอาเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญมากกว่านี้ดีกว่า”

ก็ไม่แปลกเลยนะครับ ที่ธุรกิจหลายๆอย่างเติบโตขึ้นตาม Lazy Consumer เช่น

– ธุรกิจขนส่งต่างๆ

– บริการรับจองคิว

– การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

– อาหารพร้อมทานที่ประหยัดเวลาต่างๆ

– หรือบริการรับทำความสะอาด เป็นต้น

ทีนี้เรามาดูกันครับว่า Lazy Economy ในต่างประเทศและในประเทศไทยนั้นมีอะไรบ้าง

ลองดูของต่างประเทศกันก่อนนะครับ

– IBM พัฒนาโดรนสำหรับส่งกาแฟ เมื่อตรวจพบว่าคุณกำลังรู้สึกเหนื่อย

– Walmart มีบริการส่งอาหารถึงตู้เย็น ด้วยการสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน

– GoJEK ร่วมกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ พัฒนาบริการเติมน้ำมันถึงที่ โดยรถยนต์ไม่ต้องขับไปที่สถานีบริการน้ำมัน ตอบโจทย์​คนอินโดนีเซียที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัด และคนขี้เกียจต่อคิวรอ

– Stitch Fix สไตลิสต์ทำการคัดเลือกสินค้า จัดลงกล่องส่งถึงบ้านลูกค้าให้เลือก สำหรับผู้บริโภคที่ขี้เกียจเลือกชุดไปงานต่างๆ เพราะไม่รู้จะใส่อะไร และที่มีอยู่เต็มตู้ ก็ยังไม่ใช่ จากนั้นเมื่อกล่องส่งถึงบ้าน ถ้าผู้บริโภคชอบ ก็จ่ายเงิน ไม่ชอบ ก็จัดส่งคืนโดยไม่เสียค่าส่ง

– Blue Apron บริการส่งวัตถุดิบ และเครื่องปรุงทำอาหารโดยเชฟมืออาชีพ บรรจุใส่กล่อง พร้อมคำแนะนำสูตรอาหาร และขั้นตอนการปรุง ส่งถึงบ้านลูกค้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่อยากทำอาหาร แต่ไม่มีเวลาไปเดินเลือกซื้อวัตถุดิบ

– เครื่องพับผ้าอัตโนมัติ เพียงแค่นำเสื้อผ้าแต่ละชิ้นไปวางที่บริเวณไม้แขวนของตัวเครื่อง จากนั้นเครื่องจะทำการพับผ้าโดยอัตโนมัติ ใช้เวลา 2 – 4 นาที พับเสื้อได้ 20 – 40 ชิ้นต่อครั้ง

   คุณผู้อ่านรู้สึกประหลาดใจเหมือนผมมั้ยครับ ครั้งแรกที่ผมได้อ่านว่าธุรกิจที่อำนวยความสะดวกสบายของต่างประเทศนั้นมีอะไรบ้างผมก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากเลยครับ เพราะหลายๆธุรกิจนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริงๆครับ โดรนส่งกาแฟ บริการเติมน้ำมัน อะไรแบบนี้ คือถ้าเป็นเมื่อก่อนยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยครับ แต่ปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับครับว่า ถ้าที่ต่างประเทศเริ่มมี ที่ไทยก็กำลังจะตามมาครับ และที่ไทยตอนนี้ที่เห็นมากๆเลยก็คือ “บริการต่อคิวสั่งอาหาร รวมถึงการจัดส่ง” เพราะว่าผู้บริโภคส่วนมากต้องการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ แต่ไม่ต้องการใช้เวลาไปกับการรอ บริการลักษณะนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างมากเลยครับ

   และจากงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยวิจัยกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน แบ่งตาม 4 กลุ่มอายุคือ GenZ , GenY , GenX , Babyboomers โดยจัดอันดับออกมาเป็น !!

10 อันดับความขี้เกียจของคนไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน

แบ่งตามช่วงอายุเจเนอเรชั่นดังนี้

Babyboomers 109 คน

GenX 319 คน

GenY 510 คน

GenZ 262 คน

และผลลัพธ์ที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างก็ตามนี้เลยครับ^^

1.ออกกำลังกาย 84% 

2.รอคิวซื้อของ 81% 

3.ทำความสะอาดบ้าน 77% 

4.อ่านหนังสือ 70% 

5.ทำอาหาร 69 % 

6.พูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ 68% 

7.ดูแลผิวพรรณตัวเอง 68% 

8.เรียน/ทำงาน 65% 

9.ออกไปช้อปปิ้ง 64%  และ 

10.เดินทางไปไหนมาไหน 60%

ทีนี้ เราลองมาดูแบบแบ่งเพศชายเพศหญิงกับบ้างดีกว่าครับ

ชาย 346 คน

1.รอคิวซื้อของ 80%

2.ออกกำลังกาย 76%

3.งานบ้าน 75%

4.ดูแลตัวเอง 73%

5.ช้อปปิ้ง 71%

หญิง 854 คน

1.ออกกำลังกาย 87%

2.รอคิวซื้อของ 81%

3.งานบ้าน 78%

4.อ่านหนังสือ 72%

5.ทำอาหาร 70%

   จะสังเกตเห็นว่าความขี้เกียจของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงก็จะมีลักษณะคล้ายๆกันนะครับ แค่สลับอันดับเท่านั้นเอง และก็ตรงกับ 5 อันดับแรกของคนไทยด้วย นั่นหมายความว่าสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Lazy Consumer ในไทย 5 อันดับนี้ มีแนวโน้มจะสร้างรายได้ที่สูงให้กับผู้ประกอบการแน่นอน เพราะงั้น เรามาเจาะลึก 5 อันดับแรกกันดีกว่าครับ

1. อยากดูดี แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย 

   คนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 84% หรือประมาณ 55 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน 

 

เหตุผลคือ 1. ไม่มีแรงจูงใจในการออกกำลังกาย (39%) / 2. ไม่มีเวลา (35%) / 3. เหนื่อย (18%) 

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า คนไทยมีการใช้แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ประมาณ 32% จากคนที่อยากดูดี 84% ถือว่ายังมียอดการใช้งานแอปฯ เพื่อสุขภาพน้อย เมื่อเทียบกับ ความต้องการที่อยากจะดูดี 

2. ชอบช็อป แต่ไม่ชอบรอ

   พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง  81% หรือประมาณ 53 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน 

 

เหตุผลคือ 1. เสียเวลา (79%) และ 2. เหนื่อย (21%) 

 

สอดคล้องกับการเติบโตของการทำธุรกรรมทางการเงินบนสมาร์ทโฟนในประเทศไทย พบว่าปัจจุบันคนไทยใช้งาน Mobile Banking สูงที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 49 ล้านคน

 

นอกจากนี้ยังเกิดธุรกิจ Business Model ใหม่ และอาชีพใหม่ที่เป็นผลมาจากพฤติกรรมการไม่ชอบรอคิว คือ ธุรกิจจัดส่งของ, แอปพลิเคชันจองคิว, อาชีพรับจ้างต่อคิว ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้เวลาเป็นต้นทุน เพื่อแลกกับเงิน 

3. ชอบบ้านสวย แต่ไม่ชอบทำความสะอาด

   พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง  77% หรือประมาณ 50 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน

 

เหตุผลคือ 1. รู้สึกเหนื่อย (44%) / 2. ไม่มีเวลา (29%) / 3. ไม่มีแรงจูงใจ (14%) / 4. ทำไม่เป็น (13%)

 

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดแอปพลิเคชันทำความสะอาดบ้าน แต่สำหรับตลาดประเทศไทยแล้ว ปรากฏว่าถึงแม้จะมีคนไทยขี้เกียจทำความสะอาดบ้านมากก็ตาม แต่พบว่าคนไทยกลับเรียกใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวน้อย อยู่ที่ 7% เท่านั้นที่มีการใช้งาน เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย และกลัวการถูกขโมยของ ในขณะที่ 93% ไม่มีการใช้งาน จึงทำให้เกิดกระแสความนิยมในอุปกรณ์ทำความสะอาดที่สามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้ เช่น เครื่องล้างจาน เตารีดไอน้ำ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เป็นต้น

4.อยากรู้แต่ไม่อยากอ่าน

   พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง  70% หรือประมาณ 46 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน  

เหตุผลคือ 1. ขาดแรงจูงใจในการอ่านหนังสือ (54%) / 2. ไม่มีเวลา (33%) / 3. ความเหนื่อย (13%) และจากเหตุผลข้างต้นนี้ เลยทำให้เกิดความนิยมรูปแบบ PodCast มากขึ้น คือการรับรู้ข้อมูลต่างๆจากการมีคนอ่านหนังสือให้ฟังนั่นเองครับ

5.ชอบกิน แต่ไม่อินทำอาหาร

   พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 69% หรือประมาณ 45 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน 

 

เหตุผลคือ 1. ไม่รู้วิธีทำอาหาร (33%) / 2. เสียเวลา (30%) / 3. เหนื่อย (19%) / 4. ไม่มีแรงจูงใจ (13%)

 

ทางออกของผู้บริโภคกลุ่มนี้คือ “Food Delivery” ที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดของตลาด Food Delivery ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาท มีผู้ให้บริการหลักๆ ได้แก่ Food Panda, LINE MAN, Grab, GET!

   เป็นไงบ้างครับคุณผู้อ่าน จากบทความนี้เราจะเห็นได้ว่า Trend ของสินค้าและบริการกำลังเปลี่ยนไปตามผู้บริโภคกลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลย ก็เป็นทิศทางหนึ่งสำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆนะครับ^^

   ที่สำคัญ หากเราดูสถิติผู้บริโภคอันดับ 3 ที่เรียกใช้แอพบริการทำความสะอาดนั้น ปรากฏว่า มีแค่ 7% ที่เลือกใช้บริการทำความสะอาด แต่อีก 93% กังวลเรื่องความปลอดภัยใช่ไหมล่ะครับ คุณผู้อ่านไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato เองปลอดภัยแน่นอนครับ และยังสามารถกำหนดเวลาทำงานผ่านแอพลิเคชั่นของนีโต้ได้อีกด้วย บ้านสะอาดไร้กังวลแม้จะอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศนะครับ คุณผู้อ่านล่ะครับ… สนใจซื้อไปให้คนที่บ้านซักเครื่องมั้ยครับ^^

เช็คโปรโมชั่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

Silicon Valley เมืองแห่ง นวัตกรรม