fbpx

8 เคล็ดลับแนวทางการทำงานจากที่บ้าน

        Updated Monday at 2 p.m. ET(Easter time) to reflect new guidance on play dates during school closures. This is an evolving story and guidance from health authorities is evolving quickly.
        นี่คือแนวทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้เราทำงานได้ในระหว่างที่โรงเรียนและสถานที่ทำงานปิดกันหมด

นี่คือเรื่องราวที่มีวิวัฒนาการและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเกิดขึ้นและพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงที่ไวรัสโคโรน่ากำลังเพิ่มการระบาด

        ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฎการณ์ที่เหล่าคนทำงานนั้นจะสามารถทำงานทางไกลหรือเป็นที่นิยมในวงกว้างเท่าเวลานี้ ผู้คนเป็นล้าน ๆ คนพยายามที่จะหาวิธีที่ทำให้พวกเขาสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แน่นอน Life Kitพร้อมที่จะหาวิธีที่ทำให้คุณสามารถทำงานได้จากที่บ้าน แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของคุณก็ตาม

      นี่คือบรรดาเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานจากระยะไกลโดยที่ไม่ต้องเข้าบริษัทได้ !

 

 

1 เตรียมเทคโนโลยีให้พร้อมไว้

        เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้คุณสามารถทำงานจากระยะไกลได้ ดังนั้นแล้วอย่าลืมพกแล็ปท็อปและสายชาร์จด้วยล่ะ นอกจากนี้แล้วยังมีอุปกรณ์จำพวกเมาส์คีย์บอร์ด หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

        หากว่าคุณไม่มีแล็ปท็อปสำหรับทำงานแล้วล่ะก็ คุณจะต้องเสียเวลานานในการรีโมทเข้าไปทำงาน ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงต้องลองถามหัวหน้าของคุณแล้วล่ะว่าอยากให้คุณเอาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกลับมาที่บ้านมาด้วยหรือเปล่า? ยิ่งถ้าหากคุณขับรถไม่เป็น และค่าเดินทางในระบบขนส่งสารธารณะก็แพงแสนแพง ก็คงต้องถามหัวหน้าของคุณอีกแล้วล่ะว่าคุณสามารถเบิกเงินค่าเดินทางได้หรือไม่

        ประเด็นต่อมาคือเรื่องของซอฟต์แวร์ ตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณเลือกใช้แอปพลิเคชันได้อย่างเหมาะสมแล้วแอปพลิเคชันที่เหล่านักทำงานจากที่บ้านมักจะเลือกใช้ คือ Slack, Microsoft Teams, Skype, Zoom และ GoToMeeting เอาล่ะ รีบวางแผนโดยเร็วซะล่ะว่าทีมของคุณจะเลือกใช้แอปพลิเคชันไหน

        แน่นอนว่าคุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีที่คุณใช้สามารถทำให้คุณทำงานจากที่บ้านได้ และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่คุณต้องคำนึงถึงอีกด้วย เช่น จำเป็นที่จะต้องใช้ Secure line หรือไม่, แอปพลิเคชันที่คุณเลือกใช้สามารถทำงานได้ผ่าน Wi-Fi บ้านหรือเปล่า คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่คุณจะต้องนำไปพูดคุยสอบถามกับหัวหน้า หรือแผนก IT ในบริษัทของคุณ

 

 

2 ตรวจสอบให้มั่นใจ Bandwidth เพียงพอ

        หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคุณจะต้องเร็วพอที่ทำให้คุณสามารถประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอได้ในปัจจุบันหลาย ๆ การประชุม และการเดินทางไปทำงานที่ไม่จำเป็นนั้นถูกยกเลิกไปเกือบทั้งหมดแล้วผู้คนจึงมีความต้องการที่จะใช้การประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วยวิดีโอมากขึ้น ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดี

        ถ้าหาก bandwidthของคุณมีน้อย แต่คุณต้องการใช้ video call คุณจำเป็นจะต้องปิดโปรแกรมอื่น ๆ เพื่อลดภาระการเชื่อมต่อ และถ้าหากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณนั้นไม่เสถียร ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการปิดในส่วนของการเชื่อมต่อด้วยวิดีโอ และใช้เพียงแค่การเชื่อมต่อในระบบเสียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้คุณไม่สามารถเห็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ แต่อย่างนั้นมันก็ยังทำให้คุณสามารถมีส่วนรวมในการทำงานได้

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อินเทอร์เน็ตช้า ? —พวกเด็ก ๆ ยังไงล่ะ

        ถ้าหากการเชื่อมต่อของคุณไม่ดีพอแล้วล่ะก็ คงต้องตั้งกฎกับเหล่าเด็ก ๆ และเหล่าสมาชิกในครอบครัวของคุณแล้วล่ะว่าเวลาใดที่คุณจะไม่ให้พวกเขาใช้อินเตอร์เน็ตเพราะคุณจำเป็นต้องใช้มันในการประชุมผ่านวิดีโอ

 

 

3 มืออาชีพแม้จะมีเด็ก ๆ วิ่งเล่น

        ด้วยความที่โรงเรียนนั้นปิด และการพาพวกเด็ก ๆ ไปฝากไว้ที่เดย์แคร์ก็น่ากังวลการหาพนักงานมาประจำที่เดย์แคร์นั้นก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่คล้ายกับสิ่งที่เหล่าผู้ปกครองจะต้องเผชิญหน้าด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเหล่าผู้ปกครองที่ไม่สามารถรีโมทไปทำงานได้

        ถ้าคุณทำงานจากที่บ้านและมีพวกเด็ก ๆ อยู่ด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องแบ่งเวลาให้เด็ก ๆ ของคุณได้มีทั้งเวลาเรียนและเล่นได้อย่างเหมาะ อาจจะด้วยหนังสือ เกมปริศนา หรืออาจจะเป็นบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ (โดยทั่วไปแล้วบริการสตรีมมิ่งจะมีระบบในการแนะนำเนื้อหาที่เหมาะสมกับเด็กอยู่)

        และจะลืมพูดถึงประเด็นการพาเหล่าลูก ๆ มาเล่นด้วยกันไปไม่ได้ เนื่องจากจุดประสงค์ของการปิดโรงเรียนคือการลดการติดต่อสัมผัสกันระหว่างเด็ก ๆ เหล่าผู้ปกครองของทาง Life Kitคุณ Anya Kamenetz และ Cory Turnerจากผู้เขียนบทความวิธีการปฏิบัติตัวของพ่อแม่ในช่วงเวลา Coronavirusนั้นได้อ้างข้อความของคุณ Maria Litvinova นักวิชาการที่ได้มีการตีพิมพ์เอกสารหลายฉบับเกี่ยวข้องกับการปิดโรงเรียนในช่วงเวลาโรคระบาด ไว้ดังนี้

        “แม้ว่าโรงเรียนจะถูกปิดเป็นระยะเวลายาวและเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ปกครองในการจัดการดูแลเด็ก ๆ แต่การที่เหล่าผู้ปกครองนั้นหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เด็ก ๆ นั้นจับกลุ่มกันอีกครั้งเป็นเรื่องที่สำคัญ มิเช่นนั้นแล้วความพยายามในการปิดโรงเรียนนั้นก็จะไม่เป็นผล”

        เหล่าบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั่วประเทศต่างก็ได้รับความคิดสร้างสรรค์มากมายจากระบบการเล่นเสมือนจริงผ่านการใช้วิดีโอแชทอย่างเกม Roblox ที่สามารถให้เหล่าลูก ๆ ของคุณพูดคุยกันผ่านวิดีโอเกมนี้ได้

        แต่จงอย่าลืมว่าประสิทธิภาพในการทำงานนั้นอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ แม้ว่าพยายามแบ่งเวลาให้ดีที่สุดระหว่างการทำงานและการดูแลลูก ๆ ก็ตาม

 

 

4.การจัดการความคาดหวัง

        เป็นเรื่องดีที่คุณจำเป็นจะต้องคุยกับหัวหน้าถึงขอบเขตงานที่คุณสามารถทำได้จากที่บ้าน สอบถามผู้จัดการถึงลำดับความสำคัญของงาน และหารือเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานให้ลุล่วง

        ทีมจะสามารถติดตามงานที่พวกเขากำลังทำได้อย่างไร? จะสามารถประชุมหารือกันได้ด้วยวิธีการใด?
จะติดต่อผ่านทาง Skype หรือทางอีเมล? จะมีนัดการประชุมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อให้ทุก ๆ คนมีส่วนรวมหรือไม่?

        นี่คือเหล่าคำถามที่ต้องใช้ตลอดเวลาในการทำงานที่บ้านขอให้ตระหนักรู้เอาไว้ว่าการรีโมทเข้ามาทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับเหล่าบริษัทและพนักงานทั้งหลาย บทบาทการสื่อสารในภาพรวมนั้นกลายเป็นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น ดังนั้นแล้วจงซื่อสัตย์และพูดคุยกันตามตรงว่างานใดที่ไม่สามารถทำได้

 

 

5. จงรู้จักตนเอง (และจุดอ่อนของการทำงานที่บ้านของตนเอง)

        หากคุณเป็นพวกเสียสมาธิง่าย อย่างนั้นแล้วจงเตรียมตัวให้เหมือนกับว่าคุณกำลังเตรียมออกไปทำงาน ลุกขึ้นไปแต่งตัว จัดแต่งทรงผม ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติที่คุณเคยทำ สิ่งเหล่านั้นจะช่วยดึงอารมณ์การทำงานของคุณขึ้นมา

        มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะแยกความแตกต่างของบ้านกับออฟฟิศออกจากกันเมื่อคุณอยู่ที่บ้าน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรจะมีพื้นที่ในบ้านที่ดูเหมือนและให้อารมณ์เหมือนออฟฟิศของคุณด้วยล่ะ

        ถ้าหากคุณเป็นพวกประเภททำงานโดยไม่หยุดพักเลยที่บ้าน ลองตั้งเวลาสำหรับพักกลางวันและพักงานของคุณไว้ก่อน หากคุณไม่เปลี่ยนบรรยากาศหรือหยุดพักระหว่างวันบ้าง อาจทำให้อารมณ์ระหว่างวันของคุณย่ำแย่เข้าไปอีก พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนกับว่าคุณกำลังทำงานอยู่จริง ๆ และพักหยุดงานทุกอย่างให้เหมือนกับว่าหนึ่งวันทำงานของคุณได้จบลงแล้ว

        และอย่าลืมมองหาข้อดีของการทำงานที่บ้าน โฟกัสไปที่เรื่องดี ๆ ที่คุณสามารถหาได้ อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องเสียเงินไปกับการซื้อเพราะคุณสามารถทำอาหารกลางวันด้วยตัวเองได้ แถมยังสามารถควบคุมตารางเวลาได้มากกว่าและยังมีเวลาเหลือมากขึ้นเพื่อเอาไปใช้กับคนที่คุณรักได้อีกด้วย

 

 

6. ยอมรับการสนทนาผ่านเว็บแคม

        การประชุมทางไกลด้วยเสียงนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก —มีทั้งการดีเลย์เมื่อพูด, ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดเพราะไม่เห็นตัวคนจริง ๆ หรือจะเป็นถูกรบกวนจากอุบัติเหตุ

        กล้องเว็บแคมสามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลายด้าน อาทิเช่น ความรู้สึกเหมือนกันว่าคุณกำลังพูดคนเดียว หรือจะอารมณ์สับสนที่แยกไม่ออกว่าใครเป็นคนพูดกันแน่

        Matthew Hollingsworth หัวหน้าฝ่ายผลิตของบริษัท Tiny Board บริษัทที่ให้คุณสามารถสร้างบอร์ดสำหรับการทำงานระยะไกลได้กล่าวไว้ว่า “ผมคิดว่าการที่คุณสามารถมองเห็นได้ว่าคุณกำลังพูดอยู่กับใครเป็นเรื่องที่สำคัญ”

        และยังได้พูดเพิ่มเติมอีกว่า “เราจะพลาดคำแนะนำดี ๆ เมื่อเราไม่ได้มาพบเจอและทำงานร่วมกัน ดังนั้นแล้วคุณจะยิ่งต้องทำให้มั่นใจว่าเพื่อนร่วมงานเข้าใจขั้นตอนการทำงานจริง ๆ”

        “ผมมักจะสื่อสารมากเกินความจำเป็น แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นจงอย่ากลัวที่จะถามออกมาว่า ‘คุณเข้าใจมันหรือเปล่า’ หรือคุณอาจจะลองทวนพูดสิ่งที่คุณได้ยินอีกรอบเพื่อความมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจได้ตรงกัน”

 

 

7.เชื่อมต่อตลอดเวลา

        สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหายไปในการทำงานแบบนี้คือสังคม บทสนทนาระหว่างวันในบริษัทที่เชื่อมต่อแต่ละบุคคลเข้าด้วยกันนั้นจะหายไป ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณไม่สามารถทนให้มันหายไปได้ การทำงานระยะไกลแบบเต็มรูปแบบจะทำให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยว

        เพื่อลดช่องว่างความรู้สึกแบบนั้น พนักงานในบางที่มักจะกำหนดบางช่วงเวลาสำหรับพูดคุยพักผ่อน อาจจะลองใช้แชทในแอปพลิเคชัน Slack หรือแอปพลิเคชันที่มีระบบแชทหากคุณคิดถึงการสนทนาโต้ตอบแบบเรียลไทม์

        ย้ำอีกสักครั้งหนึ่ง ยอมรับการสื่อสารในรูปแบบของวิดีโอเพื่อที่คุณจะสามารถมองเห็นเพื่อนร่วมงานของคุณได้ ลองสร้างบทสนาที่จะทำให้บรรยากาศการพูดคุยผ่อนคลายขึ้น อย่างเช่น ลองถามเพื่อนร่วมงานของคุณดูสิว่าเขาชอบดูหนังแบบไหน

 

 

8.ทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ พูดคุยในสิ่งที่คุณทำไม่ได้

      ก่อนที่โรคโคโรน่าไวรัสจะเกิดการแพร่กระจาย ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนคนทำงานในอเมริกานั้นมีบางส่วนที่ทำงานจากที่บ้านได้

        แต่คนประมาณหนึ่งในสามของคนอเมริกันไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ อาทิเช่น พนักงานในร้านฟาสต์ฟู้ด พนักงานในโรงงาน พนักงานที่จะต้องคอยเติมชั้นสินค้าในร้านสะดวกซื้อหรือคลังสินค้า นางพยาบาลและแพทย์ที่จำเป็นจะต้องให้บริการในด้านสุขภาพ พวกเขาเหล่านี้ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้เลย

        ถ้าคุณไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้จริง ๆ แล้วล่ะก็ ลองสอบถามนายจ้างของคุณดูว่าอะไรที่คุณสามารถทำได้และจะยังไม่สูญเสียรายได้ของคุณ หรือพูดอีกมุมหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพนักงานที่ทำงานเป็นรายชั่วโมงหรือพนักงานที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้จะได้รับเงินค่าตอบแทนหากพวกเขาไม่สามารถทำงานได้

        การลากิจแบบที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือการลาป่วยนั้นยังเป็นประเด็นที่ฉุกคิดขึ้นมาหลังจากเกิดการแพร่กระจายของไวรัสนี้ ในบางบริษัท เช่น แมคโดนัลด์ วอลมาร์ท และอเมซอนนั้นได้ออกมาประกาศแล้วว่าเขาจะจ่ายให้ในกรณีของการลากิจและลาป่วยเพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพของเหล่าพนักงานและผู้ใช้บริการ

        สายการบินมีการจ่ายเงินให้กับเหล่าพนักงานที่มีการเข้าเวรและโดนกักตัว ในขณะที่พนักงานบางคนพยายามที่จะเจรจาถึงเรื่องเงินที่พลาดไป

        ดังนั้นแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือสอบถามกับเมเนเจอร์หรือฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ในกรณีที่คุณไม่สามารถรีโมทมาทำงานได้อีกทั้งไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ คุณจะยังได้รับค่าชดเชยอยู่หรือไม่ หรือหากเป็นกรณีที่คุณสามารถมาทำงานได้ บริษัทมีแนวทางการป้องกันอย่างไร และสุดท้ายหากคุณเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา นายจ้างของคุณจะยังจ่ายในส่วนของค่าจ้างหรือค่าชดเชยอยู่หรือไม่หากคุณลางาน

 

 

ที่มา https://www.npr.org/2020/03/15/815549926/8-tips-to-make-working-from-home-work-for-you

เช็คโปรโมชั่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

Silicon Valley เมืองแห่ง นวัตกรรม